Skip to main content

Silicon Valley #2

" Opportunity is missed by most people...
  because it is dressed in overalls and looks like work. "

-- Thomas A. Edison


สิบปีผ่านมา
ค้นหาความฝัน
คืนวันนิรันคร์
ยามฉันเยาว์วัย


สิ่งที่ฉันสงสัยมาเสมอ คือฉันมีความสามารถอะไรนะ? หลายๆ คนมักบอกว่าฉันเป็นคนเก่งหรือมีพรสวรรค์ นึกถึงเมื่อสิบปีก่อนที่เคยมาอยู่ที่เมืองนี้หลายเดือน จำได้ว่าตอนบริษัทเก่าที่ตอนนั้นทำงานอยู่มีปัญหา เพื่อนๆ ถูกเรียกกลับเมืองไทยหมดเหลือทิ้งไว้แต่ฉันให้ทำงานที่นี่ช่วยพวกงานวิจัยใน Research Centre ของบริษัท ตอนนั้นจำได้ว่าไม่เห็นทำอะไรยากเลย ก็แค่เขียนโปรแกรม control เล็กๆ กับระบบ hardware แบบหนึ่งใครๆ ก็น่าจะทำกันได้ ถ้าได้ศึกษาวิธีทำ...

เมืองที่ผูกพัน
สร้างฉันเติบใหญ่
การงานก้าวไกล
ฝึกใจค้นตน


เมื่อสามปีก่อนฉันก็กลับมาที่เมืองนี้อีกย่าน Silicon Valley ดินแดนของเทคโนโลยีตามสายอาชีพการงานของฉัน คราวนั้นเป็น team leader ไม่ใช่ engineer เล็กๆ อีกต่อไป จากที่เคยเป็นเด็กๆ มีคนคอยขับรถรับส่งพาไปเที่ยวก็กลายเป็นคนขับรถรับส่ง พาทีมไปเที่ยวแทน และคราวนี้คือการกลับมาอีกครั้งแบบ "บินเดี่ยว" ไม่มีทีมเพราะถูกเรียกตัวจากสำนักงานสาขาอเมริกาให้มาช่วยงานสายอาชีพใหม่ (ถูกยืมตัวมา) คือเปลี่ยนจาก technical ก็มาช่วยทีมการตลาดติดต่อกับลูกค้า

ท้องฟ้าวันนี้
พ้นที่สับสน
งามงดชวนยล
สร้างหนทางเดิน


น่าแปลกที่หลายๆ คนเหมือนเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีความสามารถในการนำเสนอผลงาน (presentation) เลยการเป็นว่าถูกเรียกตัวให้บินมาอยู่อเมริกานานเป็นอาทิตย์เพื่อจะมาทำงานเพียงชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่การได้งานแบบใหม่แบบนี้ก็ค่อนข้างกดดันพอควรเพราะรู้สึกรับผิดชอบด้วยใช้งบประมาณบริษัทมาก และมีเวลาพิสูจน์ตัวเองน้อย โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยความราบรื่นไม่ทำให้คนที่เชิญมาผิดหวัง

มองไปเวิ้งว้าง
ชนต่างเผชิญ
สิ่งสวยหลงเพลิน
สรรเสริญไปไย


San Jose ต่างไปจากสมัยก่อนเหมือนกัน สิ่งที่น่าประทับใจคือพิพิธภัณฑ์ technology ต่างๆ วันที่สองที่มาถึงเป็นวันอาทิตย์ เลยได้เป็น day-off ไปเที่ยวตามสบายก็ไปแวะไปเที่ยวองค์การ Nasa แต่เช้าที่ Acme Research Center แต่ที่นี่เล็กกว่าที่ Kennedy Space Center มากเหมือนกัน แล้วก็เลยไปเข้าย่าน downtown ของเมือง San Jose

ยินเสียงชีวิต
ลิขิตหลงไหล
แสงสีดวงไฟ
หลอกใจยินดี


ที่ The Tech มีงานนิทรรศการพิเศษคือ Human Body #2 ทำให้นึกถึงงาน Human Body #1 ที่ไปดูครั้งแรกที่ Florida เมื่อปีก่อนซึ่งทำได้ดีมาก สิ่งที่ประทับใจพิเศษคือซื้อตั๋วไปดู IMAX เรื่อง human body แล้วรู้สึกทึ่งกับสารคดีเรื่องนี้มาก ทำให้รู้สึกว่าร่างกายคนเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่แต่ละส่วนต่างทำหน้าที่ตนได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว เหมือนกับที่เค้าบอกเลยว่าพอดูสารคดีเรื่องนี้คุณจะมองคนเปลี่ยนไป...

มองดูกันเถิด
ตายเกิดชีวี
เวลาวารี
ไม่มีรอใคร


เดินๆ จนเพลินตอนกลางวันไปต่อแถวซื้ออาหาร Maxican ย่านถนนคนเดิน อุตส่าห์สั่งเป็นขนาดแบบเล็กสุดแล้วก็ยังหม่ำไม่หมด นึกถึงตอนเด็กๆ ที่มาที่อเมริกาครั้งแรกจะแบ่งกันกับเพื่อน engineer ด้วยกันกินอาหารกันคนละครึ่งจานเพราะที่นี่ให้อาหาร portion ใหญ่มากต่อคน เดินจนเพลินดูโน่นดูนี่ต่อด้วยขับรถเที่ยวตอนกลับ ลองปลด navigator ออกดูปรากฏว่าหลงเพราะเรื่องทางบังคับ one way มั่ง หรือเจอถนนรถรางมั่งจนงงทีเดียว สุดท้ายขับไปโรงแรมเก่าที่เคยพักอยู่ที่ San Jose เมื่อสิบปีก่อนได้ แล้วก็เปิด navigator เพื่อจะได้ขับกลับไป Santa Clara ต่อขับรถคนเดียวแบบมั่วๆ ไม่มีคนช่วยดูแผนที่ ดูทางก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ

ให้ใจปล่อยว่าง
เปิดทางสดใส
พาพ้นเภทภัย
ดับไฟในตน


ทุกข์สุขผันผ่าน
พบพานทางหน
ปล่อยว่างวางพ้น
เพียงค้นตนเอง




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2550

Comments

Popular posts from this blog

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...

Dubai

  เมืองใน เขตร้อน ทะเลทราย สมัยก่อนเคยมา Dubai เร็วๆ แวะตอน Transit แต่ไม่ได้มีเวลาเที่ยวละเอียด คราวนี้เลยลองมา Dubai แบบยาวๆ หน่อย เลยทำให้มีเวลาดูอะไรๆ มากขึ้น ภาพแรกด้านบนคือย่านตลาดเก่า Heritage Village ที่ขายของท้องถิ่นเชิงวัฒนธรรม ภาพที่สองด้านบนคือภาพสถานีรถไฟฟ้าทันสมัยที่สามารถเดินทางได้สบายด้วยบัตร Nol Card (ซื้อได้ด้วยบัตรเครดิต) ส่วนภาพด้านล่างคือป้ายรถเมล์ทันสมัยติดแอร์เย็นๆ เดิดูปลอดภัยมากๆ สร้างจน กลับกลาย เป็นสวรรค์ ภาพข้างบนคือภาพข้างในรถเมล์ที่นอกจากจะนั่งสบายแอร์เย็นฉ่ำๆแล้ว ยังบอกละเอียดว่าตอนนี้อยู่ป้ายรถเมล์ไหน กำลังจะไปไหนและคาดว่าจะถึงที่ไหนในอีกกี่นาทีเป๊ะมากๆ (ยังไม่พอคือเชื่อมข้อมูลกับ App ได้เป๊ะมากๆ ดูรถเมล์รออะไรๆ คือเดินทางสบายระดับหนึ่ง) – ภาพข้างล่างคือไปเยี่ยมชม Museum of the future เมื่อคน ตั้งใจ ร่วมมือกัน ภาพข้างบนคือหุ่นยนต์ผลิตน้ำหอมใน Museum of the future / ส่วนข้างล่างคือลองแวะไปใช้บริการสปา ของ ร.ร. Armani ที่อยู่ข้างในตึก Burj Khalifa ที่สูงที่สุดในโลก เป็นสปาที่ หรูหราอลังการ สบายมากๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปข้างในเพราะพอเข้าไปก็เอามือถือไปเก็บในล็...

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...