Skip to main content

Silicon Valley #1

" The beginning of knowledge is...
  the discovery of something we do not understand. "

-- Frank Herbert


โผผิน
บินอีกครา
ค้นคว้า
หาสิ่งฝัน



อยู่ๆ วันดีคืนดีก็ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยงานสำนักงานที่อเมริกา คือไปเดินสายช่วยทีม marketing แถวๆ ย่าน Silicon Valley (ที่ไปมาสองครั้งแล้ว) แต่คราวนี้เป็นการบิน business trip เดี่ยวครั้งแรก ตลอดการเดินทางเลยทีเดียวโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนล่วงหน้า อะไรๆ ก็เลยฉุกละหุกกว่าที่คิด วันแรกที่บิน คือวันเดียวกับที่ลงทะเบียนสอบกฏหมายจราจรไว้ สุดท้ายไร้นามก็ตัดสินใจ "จับปลาสองมือ" คือตอนเช้าไปเข้าสอบ (เอาบรรยากาศ - แต่ไม่ได้อ่านหนังสือเลย เพราะมัวแต่เตรียมตัวเดินทาง) แล้วสิบโมงก็ออกจากห้อง รีบทานข้าวแล้วก็ไปสนามบินสุวรรณภูมิ...


เดินไป
ใจมุ่งมั่น
รู้ทัน
ไม่หวั่นไหว



คราวนี้บินกับสายการบิน EVA เช่นเคย สายการบินนี้มีการปรับระบบใหม่คือยกเลิก first และ business classes เปลี่ยนเป็น Premium Lauraul Class คือนั่ง Business แล้วเก้าอี้ก็สะดวกสบายเหมือน First ของบางแห่ง แต่ถึงแม้เก้าอี้ที่นั่งจะดีขึ้นมากมาย แต่ไร้นามชอบ Business แบบเก่ามากกว่าที่มีที่เก็บของเล็กๆ อยู่ข้างๆ ให้หมกๆ ของได้ บินคราวนี้ก็ลองสั่ง cocktail ชื่อ evergreen special มาดื่ม คุณแอร์ก็ทัก (เหมือนเคยว่า) มันมี algohol นะอายุเราถึงหรือเปล่า อืมๆ จะดีใจหรือเสียใจดีนะที่หลายๆ ครั้งเหมือนหน้าตาการแต่งตัวจะเด็กกว่าอายุไป...


เพื่อพบ
โชคชะตา
สร้างค่า
บนสิ่งใหม่



การเดินทางก็เหมือนเคยคือ transit ที่ไทเป คราวนี้มีเวลาว่างรอเครื่องค่อนข้างเยอะและสนามบินก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรตื่นตา เลยไปโต๋เต๋รอที่ Lounge ของ EVA ที่นี่ดีกว่าที่เมืองไทยคือมีห้องเกมส์ (ที่เมืองไทย ดีกว่าที่นี่คือมีเก้าอี้นวด/ดังภาพด้านบนโน้น ให้นอนให้นวดสบายๆ ระหว่างรอ) ไร้นามเลยฆ่าเวลาโดยการเล่น XBOX มั่ง หรือเอาเจ้า laptop น้อยออกมา VPN กลับไปที่ทำงานบ้างระหว่างรอเครื่อง (จนพี่ที่ทำงานต้องส่งข้อความมาทักว่าระวัง VPN เข้าที่ทำงานเพลินจนตกเครื่องบินล่ะ)...


เสริมสร้าง
เถิดแรงใจ
เพื่อไป
ค้นความจริง



แต่พอเดินไปที่ Gate ก็พบว่ามีความเปลี่ยนไปคือน่ารักขึ้น (เป็น Theme Kitty สีชมพู) ผู้คนมารอกันเต็ม Gate แต่ว่าไม่ค่อยนั่งกัน ถ่ายรูปกันใหญ่ (ไร้นามก็ถ่ายบ้าง) เลยไม่น่าเชื่อว่าจะมีมุมเก้าอี้ว่างๆ ถ่ายภาพมาได้ เสร็จแล้วก็ขึ้นเครื่องเดินทางไปซานฟรานฯ ไร้นามสงสัยว่า ที่ต้องมาที่นี่อีกครั้งเป็นเพราะตอนเด็กๆ ตอนจบปริญญาตรีมาใหม่ๆ ได้มาอยู่ที่เมืองนี้เป็นเมืองแรก แล้วรุ่นพี่คนหนึ่งที่โน่นบอกว่าให้วางทิ้งเหรียญ penny หนึ่งเหรียญไว้ที่สนามบินเพื่อจะได้กลับมาอีกครั้งหรือเปล่านะ (เพราะไร้นามก็ลองทำตามดู) นับๆ ไปแล้วไปๆ มาๆ ที่สนามบิน แห่งนี้ถึง 8 ครั้งแล้วด้วยกันนับตั้งแต่นั้นมา...


ฟ้าเอย
ยังสวยใส
รู้ใจ
ห่มอบอุ่น



คราวนี้ตอนจองตั๋วไม่รู้ทำไมคุณเจ้าหน้าที่ไม่ถามว่าไร้นามจะนั่งไหน แล้วไร้นามเองก็ลืมบอก เพราะคิดว่าใส่ใน profile ของ member club ไว้แล้วว่าชอบนั่งที่นั่งริมทางเดิน ปรากฏว่าคราวนี้โชคร้ายได้ที่นั่งริมหน้าต่าง (ตั้งสิบกว่าชั่วโมง) ข้อดีคือได้ดูวิว เลยได้มีโอกาสถ่ายรูปเกล็ดหิมะน้อยๆ ค่อยๆ ก่อตัวที่ริมกระจกหน้าต่าง (ข้อเสียคือเวลาอยากเข้าห้องน้ำก็ต้องคอยขอตัวคนที่นั่งด้านนอก) พูดถึงเรื่องเครื่องบิน ไร้นามชอบบินตอนเปลี่ยนปี (คืนวันที่ 31 ธันวา ต่อวันที่ 1 มกรา) ที่สุด เครื่องบินว่างๆ ไม่มีใครนั่งเหมือนเครื่องทั้งลำเป็นของพวกเราไม่กี่คน...


ไอแดด
หวานละมุน
โอบอุ้ม
ให้ประวิง



คราวนี้บริษัทเช่ารถ mazda ให้เป็นรุ่นซิ่งๆ ทีเดียว (สรุปคือเคยขับรถที่อเมริกาหลายยี่ห้อดีครั้งแรกมาก็ขับ Ford แล้วก็ Kia Amanti แล้วก็ Toyota) แต่เจ้า mazda นี้ถึงแม้จะทรงดูเป็น sport แต่ขับจริงแล้วเบาไปหน่อย รถคันอื่นขับผ่านแล้วเหมือนจะปลิว (คันที่ชอบสุดคือน้อง Kia) และด้วยคราวนี้เป็น trip ที่ต้องไปๆ มาๆ คนเดียวพี่ๆ ที่บริษัทเลยเช่ารถแบบมี navigator ให้ด้วย (ส่งเสียงพูดตลอดเวลา ให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา) แรกๆ ก็รำคาญหลังๆ ก็เริ่มชินและรู้สึกเหมือนมีเพื่อนร่วมทางดีทีเดียว


ด้วยมา
ถึงแดนไกล
โลกใหม่
มิหยุดนิ่ง



เพื่อค้น
หาบางสิ่ง
ใช่ทิ้ง
ทางเก่าไป





Create Date : 04 พฤศจิกายน 2550

Comments

Popular posts from this blog

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...

Dubai

  เมืองใน เขตร้อน ทะเลทราย สมัยก่อนเคยมา Dubai เร็วๆ แวะตอน Transit แต่ไม่ได้มีเวลาเที่ยวละเอียด คราวนี้เลยลองมา Dubai แบบยาวๆ หน่อย เลยทำให้มีเวลาดูอะไรๆ มากขึ้น ภาพแรกด้านบนคือย่านตลาดเก่า Heritage Village ที่ขายของท้องถิ่นเชิงวัฒนธรรม ภาพที่สองด้านบนคือภาพสถานีรถไฟฟ้าทันสมัยที่สามารถเดินทางได้สบายด้วยบัตร Nol Card (ซื้อได้ด้วยบัตรเครดิต) ส่วนภาพด้านล่างคือป้ายรถเมล์ทันสมัยติดแอร์เย็นๆ เดิดูปลอดภัยมากๆ สร้างจน กลับกลาย เป็นสวรรค์ ภาพข้างบนคือภาพข้างในรถเมล์ที่นอกจากจะนั่งสบายแอร์เย็นฉ่ำๆแล้ว ยังบอกละเอียดว่าตอนนี้อยู่ป้ายรถเมล์ไหน กำลังจะไปไหนและคาดว่าจะถึงที่ไหนในอีกกี่นาทีเป๊ะมากๆ (ยังไม่พอคือเชื่อมข้อมูลกับ App ได้เป๊ะมากๆ ดูรถเมล์รออะไรๆ คือเดินทางสบายระดับหนึ่ง) – ภาพข้างล่างคือไปเยี่ยมชม Museum of the future เมื่อคน ตั้งใจ ร่วมมือกัน ภาพข้างบนคือหุ่นยนต์ผลิตน้ำหอมใน Museum of the future / ส่วนข้างล่างคือลองแวะไปใช้บริการสปา ของ ร.ร. Armani ที่อยู่ข้างในตึก Burj Khalifa ที่สูงที่สุดในโลก เป็นสปาที่ หรูหราอลังการ สบายมากๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปข้างในเพราะพอเข้าไปก็เอามือถือไปเก็บในล็...

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...