Skip to main content

Delhi


ดินแดนแสนไกล
ให้ใฝ่ให้ฝัน
หวังยลสักวัน
ก็พลันได้ไป



เป็นความโชคดีโดยบังเอิญที่บริษัทของฉันเห็นว่าฉันมีวันลาพักร้อนเหลือค่อนข้างเยอะพอสมควรเลย มีการมาขอให้ฉันใช้วันลาพักร้อนบ้างก็เลยได้วางแผนเดินทางอีกครั้งไปเที่ยวประเทศอินเดียทั้งๆ ที่ปีนี้ไม่ได้มีแผนว่าจะเดินทางยาวอีก (เพราะคิดว่าปีนี้เดินทางบ่อยแล้ว)


ชนชั้นวรรณะ
เคล้าคละฤๅไฉน
สื่อภาพสะท้อนใจ
ห่วงไยยามยล



อินเดียเป็นประเทศที่ High-contrast คือมีความแตกต่างสูงระหว่างคนรวยกับคนจน ถึงแม้ระบบชนชั้นวรรณะจะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่คนฮินดูก็ยังมีความรู้สึกแบ่งแยกอยู่จึงเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีย่านคนรวยสวยงาม (เหมือนบางภาพด้านบนๆ) โดยมีท้องที่ยากจนกระจายอยู่รอบๆ ในบริเวณอื่นที่ได้เห็นภาพคนจัณฑาลอาศัยฟุตบาทเป็นที่อยู่อาศัยจนน่าสะท้อนใจ


เมืองเก่าบุราณ
กล่าวขานนานจน
ยิ่งใหญ่ดั่งมนต์
ให้ชนจดจาร



บรรยายภาพสักหน่อย ภาพบนสุดเป็นภาพ India Gate /ภาพด้านบนก็เป็นภาพ India Gate ประกอบวิวทหารที่คอยเฝ้าตามจุดสำคัญต่างๆ ภาพถัดมาเป็นภาพจากสนามบินอินธิรา คานธี ภาพตัวเมืองศูนย์ราชการ ภาพชีวิตคนจัณฑาล และก็ภาพสถานีรถไฟใต้ดินประกอบตุ๊กๆ


ยินเสียงกวี
วลีขับขาน
ส่งดลบันดาล
สราญเริงรมย์



เสียดายที่ประชาชนชาวอินเดียมีเยอะมากทำให้มีหลายคนต้องดิ้นรนหากินจนบางทีดูไม่ค่อยงามนัก ฉันเจอประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่ค่อยดีค่อนข้างมากกับผู้คนที่เข้ามาแปลกๆ ในหลากหลายรูปแบบจนบางคราวเหนื่อยใจว่าทำไมคนของเขาถึงกลายเป็นแบบนี้ทั้งๆ ที่ดินแดนนี้คือแหล่งกำเนิดพุทธศาสนาที่ๆ เป็นที่กำเนิดของคำสอนให้คนรู้จักให้มาก่อนแท้ๆ


ร่ายรำรื่นเริง
บันเทิงสุขสม
ตามความนิยม
ชื่นชมสมใจ



ภาพด้านบนและด้านล่างเป็นภาพการแสดงศิลปะวัฒนธรรมที่ได้ไปชมระหว่างรับประทานอาหาร ผู้หญิงอินเดียมีความสามารถพิเศษคือสามารถทรงตัววางของบนศรีษะได้อย่างน่ามหัศจรรย์ การร่ายรำหลายอย่างค่อนข้างเหมือนของไทยแต่ประกอบไปด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์เป็นของอินเดีย


ชื่นชมชีวิต
ลิขิตกันไป
สร้างความวิไล
ข้างในใจตน





Create Date : 05 ตุลาคม 2554

Comments

Popular posts from this blog

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...

Avignon

  ชมเมือง ย่ำราตรี… ฟ้าเปลี่ยนสี ระบายไป… จากที่ สว่างใส… เข้มข้นไป ทิวากาล… ทริปนี้มาแวะเมืองนี้ 2 รอบ รอบนึงตอนกลางวันอีกรอบตอนกลางคืน พบว่าเดินตอนกลางคืนสวยกว่า เพราะเค้าส่องแสงสวยๆ หลายจุด (จริงๆ ก็ไม่ดึกมาก 5 โมงเย็นก็มืดแล้ว – กลางคืนที่ว่าคือยังไม่ถึง 6 โมงเย็นเลย) – ที่แวะมาเมืองนี้หลักๆ คือเพื่อแวะมาดูมรดกโลก  UNESCO World Heritage, Historic Centre of Avignon: Papal Palace, Episcopal Ensemble and Avignon Bridge ท้องฟ้า เมืองไร้ฝุ่น… ดูไม่ขุ่น งามตระการ… ตึกรา สูงตระหง่าน… ดั่งเล่าขาน สิ่งผ่านมา… เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ คือในช่วงศตวรรษที่ 14 ที่กรุงโรมมีการเมืองวุ่นวาย ชาวโรมันยุคนั้นเลยตัดสินใจย้าย Headquarter มาที่เมืองนี่ ทำให้ที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของพระสันตปาปาถึง 7 ท่านก่อนที่จะย้ายกลับไปที่โรม (วาติกัน) ดังนั้นสถาปัตยกรรมที่เมืองนี่เลยอลังการ ปราสาทซึ่งเป็นที่อยู่ของ Pope สร้างขึ้นมาขนาดใหญ่โตมากๆ เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองทรงอำนาจในช่วงที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางศาสนานิกายโรมันคาทอลิก อำนาจ มารวมศูนย์… จึงเกื้อกูล รวมศรัทธา… สร้างสรรค์ สิ่งมีค่า… ให้คนมา ได้เยี่ยมชม… P...