Skip to main content

Vienna #1


สวัสดีวันปีใหม่อีกคราหนึ่ง
เป็นวันซึ่งพึ่งนิยมชมสุขสันต์
ร้อยเรื่องราวพราวพร่างใจใส่กำนัล
เพื่อแบ่งปันให้เพื่อนชมนิยมปอง



Blog แรกรับปีใหม่ปีนี้ ก็ขอลงภาพต่อทริปยุโรปอีกเมืองหนึ่งคือกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย ภาพด้านบนทั้งสองภาพเป็นภาพของปราสาทเชินบรุนน์ด้านหลังมองจากมุมสวนและด้านหน้ามองจากทางเข้าหลังที่ดูสวยงามตระการตา


ยิ้มกันเถิดเพลิดเพลินใจให้อิ่มอุ่น
ร้อยเรื่องวุ่นทิ้งไปก่อนอย่ามัวหมอง
ลองหยุดพักเพื่อเติมคิดตริตรึกตรอง
เพื่อให้ก้าวตามครรลองกันต่อไป



ภาพข้างบนอีกสองภาพคือภาพรถม้าและรถไฟนำเที่ยวปราสาทเชินบรุนน์ด้วยความที่บริเวณรอบๆ กว้างขวางมากๆ ขนาดมีสวนสัตว์ เนินเขา ทะเลสาบ ฯลฯ อยู่ในสวนของปราสาทกันเลยทีเดียวซึ่งสะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญร่ำรวยยุคหนึ่งของประเทศเวียนนา


เพียงจุดหนึ่งพลิกใจให้ใฝ่ฝัน
จักพบมันง่ายง่ายใช่ยากไม่
เพียงเปิดใจรับวันใหม่ด้วยหัวใจ
ก็จะไร้เรื่องราวพร้อมก้าวเดิน



เสียดายที่พระราชวังนี้ห้ามถ่ายรูปด้านในปราสาท เลยทำให้ไม่สามารถเก็บภาพสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ ได้เลยได้แต่เก็บภาพสวยๆ จากสวนด้านนอกพร้อมบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงหลากสีมาประกอบแทน


แล้วพรมยิ้มพริ้มภาพอาบชีวิต
ขีดลิขิตพรพรหมชมสรรเสริญ
สร้างชะตาที่ดีไม่ยากเกิน
เพียงสร้างความเจริญจากในใจ



ศิลปะของพระราชวังนี้ส่วนใหญ่จะตกแต่งเป็นสไตล์ร็อคโคโค่ ราชวงศ์ของออสเตรียเป็นราชวงศ์มีมีสิริโฉมงดงามและเป็นที่หมายปองของเชื้อพระวงศ์ยุโรปหลายประเทศ มีรูปวาดสวยๆ ในปราสาทมากมายโดยเฉพาะครอบครัวของพระราชินีมาเรียเทเรซ่า (พระราชมารดาของพระนางมารีอังตัวเนต) ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชินีที่เป็นกษัตริย์ปกครองออสเตรียจนรุ่งเรืองในยุคหนึ่ง


มองศาสตร์ศิลป์สิ่งงามในคราก่อน
เป็นคำสอนจารใจให้แจ่มใส
ว่าแม้ผ่านความลำเค็ญยากเพียงใด
ก็คงไว้ซึ่งความงามตระการตา



แต่การเปลี่ยนแปลงและสงครามก็ไม่เคยปราณีใคร นอกจากการล่มสลายของระบอบกษัตริย์ในหลายประเทศของยุโรปในยุครุ่นลูกของพระนางมาเรียเทเรซ่าผู้ยิ่งใหญ่เอง อีกไม่กี่ปีต่อมาประเทศออกเตรียซึ่งมีพรหมแดนติดกับประเทศเยอรมันก็ต้องจำใจร่วมเข้าสงครามและบาดเจ็บสาหัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พอมาถึงยุคนี้เมื่อเรื่องราวร้ายๆ ผ่านไปกรุงเวียนนาก็กลับมาสวยงามเช่นเดิม


เป็นเครื่องเตือนให้รู้ว่าเนื้อแท้
หากดีแน่ไม่แพ้ภัยแม้หนักหนา
ถึงจะล้มก็จะลุกได้ทุกครา
เพราะมีค่าอยู่ข้างในหัวใจตน



นอกจากพระราชวังเชินบรุนน์ blog นี้ก็ขอนำภาพตึกสวยๆ ในกรุงเวียนนามาให้ชมเพิ่มเติมด้วยนะคะ ตึกส่วนใหญ่ที่นี่จะมีรูปปั้นอิริยาบทต่างๆ ประดับประดาเอาไว้ให้ชวนคิด เช่นย่านมหาวิทยาลัยก็จะเป็นหุ่นที่ดูเครียดๆ หน่อย นักคิด นักพูด หรือรูปปั้นชายหญิงที่แบกอะไรหนักๆ ไว้บนหัว(เพื่อค้ำมุกหน้าต่างดั่งภาพด้านล่าง) หรือย่านการเมืองการปกครองก็จะเป็นรูปปั้นนักรบ ทหาร เทพเจ้า ฯลฯ


ยิ้มไปเถิดเปิดใจให้ยิ่งใหญ่
รับปีใหม่พร้อมก้าวไปทุกหน
ตื่นรู้เถิดให้สมค่าความเป็นคน
เพื่อไขว่ค้นพ้นขอบเขตด้วยเสรี



นอกจากงานศิลปกรรมที่สะท้อนออกมาในรูปตึก งานปั้น ภาพเขียน แล้ว กรุงเวียนนายังเป็นดินแดนแห่งเสียงดนตรีโดยเฉพาะดนตรียุค Classics ภาพด้านล่างเป็นรูปปั้นนักดนตรีชื่อดัง (โมสาร์ท) ที่มีพรสวรรค์ตั้งแต่ยังเด็กจนได้เติบใหญ่สร้างผลงานดีๆ ที่ยังคงอมตะจนถึงทุกวันนี้


นี่แหล่ะหนางดงามอนาคต
เกินกรอบกฏสร้างเองด้วยศักดิ์ศรี
หากกล้าก้าวก็จักถึงซึ่งสิ่งดี
ให้สมที่มีความงามจากข้างใน





Create Date : 03 มกราคม 2554

Comments

Popular posts from this blog

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...

Avignon

  ชมเมือง ย่ำราตรี… ฟ้าเปลี่ยนสี ระบายไป… จากที่ สว่างใส… เข้มข้นไป ทิวากาล… ทริปนี้มาแวะเมืองนี้ 2 รอบ รอบนึงตอนกลางวันอีกรอบตอนกลางคืน พบว่าเดินตอนกลางคืนสวยกว่า เพราะเค้าส่องแสงสวยๆ หลายจุด (จริงๆ ก็ไม่ดึกมาก 5 โมงเย็นก็มืดแล้ว – กลางคืนที่ว่าคือยังไม่ถึง 6 โมงเย็นเลย) – ที่แวะมาเมืองนี้หลักๆ คือเพื่อแวะมาดูมรดกโลก  UNESCO World Heritage, Historic Centre of Avignon: Papal Palace, Episcopal Ensemble and Avignon Bridge ท้องฟ้า เมืองไร้ฝุ่น… ดูไม่ขุ่น งามตระการ… ตึกรา สูงตระหง่าน… ดั่งเล่าขาน สิ่งผ่านมา… เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ คือในช่วงศตวรรษที่ 14 ที่กรุงโรมมีการเมืองวุ่นวาย ชาวโรมันยุคนั้นเลยตัดสินใจย้าย Headquarter มาที่เมืองนี่ ทำให้ที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของพระสันตปาปาถึง 7 ท่านก่อนที่จะย้ายกลับไปที่โรม (วาติกัน) ดังนั้นสถาปัตยกรรมที่เมืองนี่เลยอลังการ ปราสาทซึ่งเป็นที่อยู่ของ Pope สร้างขึ้นมาขนาดใหญ่โตมากๆ เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองทรงอำนาจในช่วงที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางศาสนานิกายโรมันคาทอลิก อำนาจ มารวมศูนย์… จึงเกื้อกูล รวมศรัทธา… สร้างสรรค์ สิ่งมีค่า… ให้คนมา ได้เยี่ยมชม… P...

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...