Skip to main content

Sydney #2


สำเภาเมืองเรืองรุ่งจึงมุ่งหน้า
ผ่านนาวาพาชนค้นความฝัน
จากถิ่นหนึ่งสู่อีกถิ่นแม้ไกลกัน
ก็เชื่อมถึงผูกพันมิผันแปร



ตอนเดินทางมาที่ซิดนีย์ ฉันนั่งข้างคุณลุงท่านหนึ่งที่อายุประมาณ 70 กว่าๆ นั่งเครื่องบินยาวมาจากอังกฤษ(เครื่องบินแวะพักที่เมืองไทย) คุณลุงเล่าให้ฟังว่าเป็นคนอังกฤษ พอรู้ว่าฉันเรียนจบจากอังกฤษก็เลยคุยกันถูกคอ ฉันเลยได้เรียนรู้ว่าการเดินทางระหว่างอังกฤษกับออสเตรเลียเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีครอบครัวบางส่วนตัดสินใจย้ายถิ่นฐานจากอังกฤษมาอยู่ออสเตรเลีย


สร้างถิ่นฐานต่างแดนดั่งภาพเงา
จำลองเอาถิ่นเก่าแผ่นดินแม่
ทั้งศาสตร์ศิลป์สถาปัตย์รักษ์ดูแล
แล้วค่อยสร้างของแท้ของตนตาม



ที่ออสเตรเลียเลยมีอะไรหลายๆ อย่างเหมือนอังกฤษ ฉันรู้สึกคุ้นชินแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง สภาพบ้านเมือง ลักษณะนิสัยของผู้คน คล้ายเป็นเมืองอังกฤษเล็กๆ รวมถึงช่องโทรทัศน์ที่มีแต่ข่าวของราชวงศ์อังกฤษ (เพราะกำลังจะมี Royal Wedding)


เกิดเป็นเมืองใหม่งามอร่ามเรือง
จนฟูเฟื่องเจริญไกลให้เกรงขาม
แต่ก็ยังรักษาคงนิยาม
ให้งดงามตามแบบแดนผู้ดี



เขียนประวัติออสเตรเลียจนเกือบลืมบรรยายภาพ ด้านบนสุดถ่ายที่ Circular Quay ในจังหวะที่เรือโดยสารระหว่างประเทศจอด ภาพต่อมาเป็นภาพ Government House ที่ Royal Botanic Garden สามภาพถัดมาเป็นมุมต่างๆ ของ St Marys และภาพด้านบนเป็นภาพมื้ออร่อยในร้าน Pancake on the rock


ท้องฟ้าใสทะเลครามช่างงามนัก
ภาพสลักจารใจไม่หน่ายหนี
ให้ชื่นชมรมย์รื่นชื่นชีวี
ในถิ่นที่ห่างไกลใจอิ่มเอม



รูปด้านบนก่อนบทกวีเป็นภาพศิลปินกำลังเขียนภาพสวยๆ ขนาดใหญ่บนพื้นคอนกรีตข้างหน้า Queen Victoria Building (ห้างสรรพสินค้าเก๋ๆ ที่ฉันดูโน่นดูนี่เพลินจนลืมถ่ายภาพด้านใน)ส่วนภาพด้านบนเป็นภาพ Town Hall ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ภาพข้างล่างเป็นภาพจากข้างใน National Marine-time Museum โซนที่เล่าถึงชนพื้นเมืองก่อนคนอังกฤษจะเข้ามา และภาพสุดท้ายด้านล่างสุดคือภาพ Steak แสนอร่อยที่ร้านอาหารที่มองเห็นวิวสวยๆ ของเรือต่างๆ บริเวณ Darling Harbour


เมื่องานศิลป์วิจิตรส่งลงปรุงรส
อาหารสดหอมหวานจารเกษม
ทุกคำชิมลิ้มลองปองปรีเปรม
ให้อิ่มเอมอุ่นใจในอารมณ์





Create Date : 30 พฤษภาคม 2554

Comments

Popular posts from this blog

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...

Avignon

  ชมเมือง ย่ำราตรี… ฟ้าเปลี่ยนสี ระบายไป… จากที่ สว่างใส… เข้มข้นไป ทิวากาล… ทริปนี้มาแวะเมืองนี้ 2 รอบ รอบนึงตอนกลางวันอีกรอบตอนกลางคืน พบว่าเดินตอนกลางคืนสวยกว่า เพราะเค้าส่องแสงสวยๆ หลายจุด (จริงๆ ก็ไม่ดึกมาก 5 โมงเย็นก็มืดแล้ว – กลางคืนที่ว่าคือยังไม่ถึง 6 โมงเย็นเลย) – ที่แวะมาเมืองนี้หลักๆ คือเพื่อแวะมาดูมรดกโลก  UNESCO World Heritage, Historic Centre of Avignon: Papal Palace, Episcopal Ensemble and Avignon Bridge ท้องฟ้า เมืองไร้ฝุ่น… ดูไม่ขุ่น งามตระการ… ตึกรา สูงตระหง่าน… ดั่งเล่าขาน สิ่งผ่านมา… เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ คือในช่วงศตวรรษที่ 14 ที่กรุงโรมมีการเมืองวุ่นวาย ชาวโรมันยุคนั้นเลยตัดสินใจย้าย Headquarter มาที่เมืองนี่ ทำให้ที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของพระสันตปาปาถึง 7 ท่านก่อนที่จะย้ายกลับไปที่โรม (วาติกัน) ดังนั้นสถาปัตยกรรมที่เมืองนี่เลยอลังการ ปราสาทซึ่งเป็นที่อยู่ของ Pope สร้างขึ้นมาขนาดใหญ่โตมากๆ เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองทรงอำนาจในช่วงที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางศาสนานิกายโรมันคาทอลิก อำนาจ มารวมศูนย์… จึงเกื้อกูล รวมศรัทธา… สร้างสรรค์ สิ่งมีค่า… ให้คนมา ได้เยี่ยมชม… P...