Skip to main content

Bengaluru – Stay

 

เดือนที่แล้วได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่เมือง Bengaluru หรือชื่อเดิมชื่อว่า Bangalore ซึ่งเป็นเมือง Silicon Valley ของอินเดีย ด้วยความที่อยากผจญภัย วันเสาร์-อาทิตย์ เลยขอตัวไปลองพักที่โน่นที่นี่ของเมืองแทนที่จะอยู่โรงแรมที่บริษัทจัดให้ สาเหตุคือเมืองนี้ใหญ่มากๆ เดินทางจากตรงกลางเมืองไปโซน Tech Park ที่บริษัทจัดให้อยู่ก็เกือบชั่วโมง ดังนั้นวันหยุดเลยย้ายมาพักใจกลางเมืองย่านท่องเที่ยวดีกว่า (โดยออกค่าใช้จ่ายที่พัก โรงแรมเอง ถือว่าเป็นความสนุกแบบได้ท่องเที่ยวไปทำงานไป) blog นี้เลยจะแยกเป็น 2 ชุด เหมือนครั้งก่อนที่ไปทำงานเนเธอร์แลนด์คือแบ่งเป็น Stay & Travel โดยหมวด Stay จะเน้นเรื่องกินๆ นอนๆ ที่เมืองนี้ (รีวิวว่าพักที่ไหนบ้าง กินอะไรบ้าง เฉพาะพวกที่ประทับใจและไม่เกี่ยวกับงาน – กินกะเพื่อนที่ทำงานเยอะแต่อันนั้นไม่ลงละกันเดี๋ยวเพื่อนๆ เขิน)

โรงแรมแรกที่จะขอรีวิวถึงคือโรงแรม Hyatt Centric Bangalore MG Road ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวที่แนะนำโดย Michelin Selected มาพักที่นี่เพราะเที่ยวบินจากไทยไปบังกาลอร์สายการบินไทยเวลาโหดมากคือไปถึงเกือบเที่ยงคืน กว่าจะเสร็จจาก ตม. รับกระเป๋าเข้าเมืองคือตี 2 ดังนั้น ถ้าไปวันอาทิตย์ก็จะไปทำงานตอนเช้าวันจันทร์ที่มีประชุมแต่เช้าเหนื่อยไป เลยบอกหัวหน้าว่าไปก่อนหนึ่งวัน ถึงตั้งแต่วันเสาร์ ไปพัก รร.ในเมืองแถว MG Road หน่อย ปรากฎว่าที่นี่ไม่แพง ค่า airport transfer ค่าที่พักก็พอๆ กะ รร ใน business contract ซึ่งเป็น range ที่ดี (สำหรับ รร. 5 ดาว) อาจจะเป็นเพราะได้ส่วนลดเยอะจาก member privilege – รร. มีของ welcome ให้ตามภาพบนสุด ทำเลดี มีห้างใกล้ๆ อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า และไม่ไกลจากถนนคนเดินและ Park สวยๆ พวก facilities อะไรก็ดี รร ให้ late stay สำหรับ member world of Hyatt ถึงบ่าย 2 ด้วย เลยได้หาอะไรกินวันอาทิตย์สบายๆ

โรงแรมที่สองที่ไปพักคือโรงแรมที่บริษัทจัดให้ชื่อ The Zuri Whitefield เป็นโรงแรม 5 ดาว (ที่พักดังรูปข้างบนไป 2 อัน) โรงแรมนี้มีดีตรงที่จัดรถรับส่งส่วนตัวให้ไปบริษัท (แบบนั่งคนเดียวไปทำงาน ระยะทางก็ประมาณครึ่งชั่วโมง /เพราะอินเดียรถติด) ตอนนั่งรถมีหนังสือพิมพ์ให้อ่านอะไรสบายๆ ชิวๆ ตอนเช้าไปซึ่งถือว่าดี และข้อดีอีกอย่างคือ โรงแรมนี้มีอะไรให้ทำเยอะ มีร้านอาหารหลายร้านเช่นร้านอาหารอิตาลีหรูหราดังภาพข้างบนที่ราคาไม่แพง แขกที่พักได้ลด 15% (ลองกินทุกร้านใน รร. ละ ร้านนี้ดีสุด)

บาร์และสระน้ำที่ ร.ร. นี้ทำสวย แต่มีปัญหาคือปล่อยให้คนสูบบุหรี่ (คือประเทศเค้าอาจจะไม่ค่อยเน้นเรื่องห้ามสูบบุหรี่ในบางจุด) ไปครั้งสองครั้งคือไม่ชอบ ก็เลยไม่ได้ไปใช้ facility เค้าซักเท่าไหร่ – คือเดินๆ ดู หรือว่าไปนั่งๆ ดื่มเครื่องดื่มเบาๆ แล้วไม่ชอบกลิ่นบุหรี่่เลยกลับ หลังๆ มีอะไรทำโน่น ทำนี่เยอะ บางครั้งก็สั่งอาหารมาที่ห้องแทนเพราะ In-room service ที่นี่ไม่ชาร์จเพิ่ม และมีข้อดีคือประหยัดค่าน้ำ (ค่าน้ำที่ร้านแพง) ที่ห้องให้น้ำเยอะมากๆ ประมาณ 5-6 ขวดต่อวัน กินได้ 2-3 ขวดก็เอามาเติมเรื่อยๆ และมีชาอินเดีย หลากหลาย ให้มาชงทำให้ชอบกินอหารที่ห้องมากสุด (ป.ล. ประหยัดไปงั้นเอง เพราะบริษัทให้เบิกค่าอาหารวันละ 1,500 บาท แต่ส่วนตัวใช้ค่าอาหารเบิกบริษัทวันละ 7-8 ร้อยพอ ที่เหลือที่ประหยัดๆ มาคือช่วยลด cost ให้บริษัท)

ภาพข้างบนนี้เป็นอีกโรงแรมที่ลองไปพักเพราะเห็นเป็นโรงแรมหรูหราแพงสุดที่แนะนำโดยมิชลิน ไปลองพักเพราะชื่อโรงแรม The Leela Palace Bengaluru + เห็นรูปถ่ายโรงแรมแล้วชอบมากๆ เค้าออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นปราสาทอินเดียโบราณ และ Discovery Member ขอพักได้ถึงบ่าย 4 บวกับโรงแรมมี shopping mall ข้างในด้วย เสาร์-อาทิตย์ที่ไปพัก ก็เลยไปพักเฉยๆ ใช้ facilities ต่างๆ ของที่นี่ หัวหน้าถามว่าไม่ออกไปเที่ยวไหนแถวนั้นเหรอ ก็บอกว่าไม่ออกเพราะมีอะไรให้ทำเยอะมากๆ

มาพักที่นี่ก็ประทับใจกับสวนป่า โรงแรมนี้ security เข้มมาก (ที่นี่ทุกแห่งก็เข้มคือจะตรวจรถ เปิดท้ายดูของ scan กระเป๋า scan ตัว แบบสนามบิน) จะออกไปไหนถ้าจะเรียก Uber ต้องเรียก Uber Blank ที่เห็นพรีเมื่อยแพงๆ เท่านั้น ถ้าเรียก Uber ธรรมดา รร นี้จะไม่ให้ Uber ธรรมดาเข้า แต่ถ้าเป็น Uber Blank ก็นั่งชิวๆ รอตรง lobby open air zone ข้างนอกได้ (ลืมถ่ายรูป สวยอยู่) ที่นี่ Lobby จะไกลจากถนนข้างนอกเยอะ เพราะด้านหน้ามี shopping mall อยู่ (ตึกมีทางเดินเชื่อมกันแต่ก็เดินไกล) – โดยขายแต่ของหรูหรามีแบรนด์และลองเช็คราคาแล้วคือเป็นของแพงมากๆ สมกับสถานที่

แต่… แต่… รร. over attentive ไปหน่อย ก่อนวันพักติดต่อมาทุกวันทุกช่องทาง พยายามถามว่าข้าพเจ้าจะกินอะไร จะจัดอาหารให้ แพ้อะไรไหม ตอบไปช่องทางนึง เช่นตอบเมล์ อีกช่องทางเช่น whatsapp ก็ถามซ้ำ… ข้าพเจ้าไปทำงาน ยุ่งๆ ตอบซ้ำๆ ไป 3 รอบคือรำคาญมากๆ ตอนมาถามรอบสี่เลยดุไปว่าให้ไปเช็คกันเองตอบไปหลายรอบแล้ว – ดูไม่โปรไปนิด / ตอนมาถึงมี welcome เอาพวงมาลัยมาคล้องคอกับอะไรซักอย่างมาแปะหน้าผาก มี welcome drink กะผ้าเย็นให้ พร้อมผลไม้ 3 ลูก แต่ไม่มีคนเดินมาส่งที่ห้อง (อันนี้ งง) / Facilities ที่นี่วิวสวย (คือเห็นสวนเห็นตัวปราสาท ปีกต่างๆ ของโรงแรม) แถมไม่ค่อยมีคน เพราะโรงแรมใหญ่มีอะไรให้ทำเยอะ

Comments

Popular posts from this blog

Melbourne #1

วิจิตรงามงานศิลป์ช่างสรรสร้าง เป็นรูปร่างประดิษฐ์อยู่คู่เมืองใหญ่ ให้จดจารสีสันบรรเจิดใจ ด้วยได้ยิ้มพิมพ์ใจยามมองชม เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเคมบริดจ์แสนดีที่เมลเบิร์นเมืองสวยๆ อีกเมืองหนึ่งที่ออสเตรเลีย โชคดีมากๆ ที่วันที่ฉันเที่ยวเป็นวันที่ท้องฟ้ามีแดดสวยๆ ทำให้ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องใช้น้อง GIMP แต่งสีอะไรนอกจากลงชื่อและทำกรอบ ^^ อุ่นไอแดดสาดแสงจากห้วงฟ้า ปุยเมฆาลอยฟูคู่ห่อห่ม สร้างภาพงามยามยลจนนิยม น่ารื่นรมย์เกินกว่าจะบรรยาย มาเริ่มบรรยายภาพกันดีกว่า ภาพด้านบนสุดเป็นภาพสถานีรถไฟ Flinders Street Station สีเหลืองๆ แดงๆ ตัดกันสดใสมากๆ กับท้องฟ้าสีฟ้า มุมที่ถ่ายภาพบนสุดเป็นมุมเงยหน้าถ่ายตอนกำลังเดินข้ามถนนเพราะเป็นจังหวะที่ภาพสวยมาก (ถ่ายแบบกดแชะแล้วเดินต่อ) ขอเขียนบรรยายต่อแทนการสลับด้วยบทกวีหน่อยนะคะ เพราะเมลเบิร์นมีอะไรที่อยากบรรยายเยอะพอควร คือภาพที่สามจากข้างบนคือภาพบริเวณที่ทำงานเพื่อนซึ่งอยู่แถบ CBD: Central Business District ฉันชอบที่ Taxi จอดเรียงๆ กันหน้าตึกกับแดดสวยๆ เลยถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ชมกันซักหน่อย ภาพที่สี่จากข้างบน (คำบรรยายภาพอยู่ห่างจากภา...

Avignon

  ชมเมือง ย่ำราตรี… ฟ้าเปลี่ยนสี ระบายไป… จากที่ สว่างใส… เข้มข้นไป ทิวากาล… ทริปนี้มาแวะเมืองนี้ 2 รอบ รอบนึงตอนกลางวันอีกรอบตอนกลางคืน พบว่าเดินตอนกลางคืนสวยกว่า เพราะเค้าส่องแสงสวยๆ หลายจุด (จริงๆ ก็ไม่ดึกมาก 5 โมงเย็นก็มืดแล้ว – กลางคืนที่ว่าคือยังไม่ถึง 6 โมงเย็นเลย) – ที่แวะมาเมืองนี้หลักๆ คือเพื่อแวะมาดูมรดกโลก  UNESCO World Heritage, Historic Centre of Avignon: Papal Palace, Episcopal Ensemble and Avignon Bridge ท้องฟ้า เมืองไร้ฝุ่น… ดูไม่ขุ่น งามตระการ… ตึกรา สูงตระหง่าน… ดั่งเล่าขาน สิ่งผ่านมา… เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ คือในช่วงศตวรรษที่ 14 ที่กรุงโรมมีการเมืองวุ่นวาย ชาวโรมันยุคนั้นเลยตัดสินใจย้าย Headquarter มาที่เมืองนี่ ทำให้ที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของพระสันตปาปาถึง 7 ท่านก่อนที่จะย้ายกลับไปที่โรม (วาติกัน) ดังนั้นสถาปัตยกรรมที่เมืองนี่เลยอลังการ ปราสาทซึ่งเป็นที่อยู่ของ Pope สร้างขึ้นมาขนาดใหญ่โตมากๆ เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองทรงอำนาจในช่วงที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางศาสนานิกายโรมันคาทอลิก อำนาจ มารวมศูนย์… จึงเกื้อกูล รวมศรัทธา… สร้างสรรค์ สิ่งมีค่า… ให้คนมา ได้เยี่ยมชม… P...

Florida Trip #2

" Imagination is the one weapon...   in the war against reality. " -- Jules de Gaultier สือศิลป์ถิ่นเลอสรวง ชื่นชิดช่วงห่วงไห้หา ไกลจากพรากถิ่นมา ซึ้งทราบค่าศาลาธรรม พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจาก Florida เมื่ออาทิตย์ก่อนพร้อมกล้อง digital ตัวโปรด เลยขอลงรูป Florida trip จากกล้องอีกตัวนึงเป็น set 2 (ซึ่งภาพสวยกว่า set 1 ซึ่งถ่ายด้วยกล้อง VDO นัก) ภาพสองอันด้านบนคือภาพจากวัดไทยในไมอามี่ที่เป็นสถานที่ประกอบงานหมั้นของลูกพี่ลูกน้อง บรรยากาศวัดดีมากๆ เป็นศิลป์ผสมฝรั่งกับไทยดูแปลกตา รสรื่นชื่นฤดี อิ่มเปรมปรีมีสุขล้ำ ซึมทราบอาบน้ำคำ ด้วยดื่มด่ำธรรมมิวาย จากภาพด้านบนสองอัน ภาพบนสุดคือภาพต้นกระถินแบงค์ดอลล่าห์ (ถ่ายมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี) ส่วนภาพด้านบนคือภาพดอกกล้วยไม้ ของจริง ที่สวยงามมากๆ ที่พี่สาวคนไทยคนนึ่งปลูกขายแล้วแจก (ในงานแต่งงาน) บ้านญาติของไร้นามที่ไมอามี่(ที่ไร้นามไปพักด้วยช่วงงานหมั้น/งานแต่งงาน) ได้นำกลับมาประดับบ้านเอาไว้ งามเอยเผยเกสร ชวนภมรผ่อนพักกาย สดชื่นรื่นมิหน่าย ยามระบายรสอารมณ์ ในบ้านของที่นี่จะคล้ายที่อังกฤษคือ จะชอบซื้อดอกไม้สดมาใส่แจกันประดับตามมุมโน...